ข้อมูลข่าวสารกองการศึกษา
เรื่อง : เด็กสมาธิสั้น แก้ไขได้
  รายละเอียด : เด็กสมาธิสั้น วิธีแก้ไขโรคสมาธิสั้น อาการเด็กสมาธิสั้น Attention Deficit Hyperactivity Disorder หรือ โรคสมาธิสั้น เด็กสมาธิสั้น แก้ไขได้ ปัจจุบันคนมีเวลาให้กับเรื่องราวต่างๆ น้อยลง ข้อมูลต่างๆ ก็มากขึ้นเรื่อยๆ ต้องรีบทำรีบคิดไม่มีเวลามาดูรายละเอียด จนบางคนเกิดความสงสัยว่าเราเป็นโรคสมาธิสั้นหรือไม่ โรคสมาธิสั้นสมัยก่อนเรียกว่า ออทีสซึม หรือ ความผิดปกติของความใส่ใจไม่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ต่อคนรอบข้างได้ เป็นโรคที่เกิดขึ้นในวัยเด็กไปจนถึงเสียชีวิต มีอาการคือไม่สามารถทำให้เกิดสัมพันธภาพทางสังคมที่ดีได้ ดังนั้นจึงมักจะมีปัญหาในวัยเรียน ทั้งทางเพื่อน ความเคารพครูอาจารย์ จะไม่เข้าใจว่าต้องมีความเคารพ จะไม่สามารถแสดงความรักความเกลียดได้ แต่บางครั้งแสดงอาการอย่างคาดไม่ถึง โรคนี้พูดอีกในว่าภาวะความผิดปกติที่อยู่ในกลุ่มออทีสติกสาเหตุมาจากปัญหาทางพันธุกรรม ซึ่งสมองจะมีการทำงานผิดพลาด ว่องไวเกินไป ความตอบสมองไม่เหมือนเดิม โดยจะมีสารพิษคั่งอยู่ในร่างกาย ซึ่งพันธุกรรมไม่สามารถคายสารพิษออกมาได้ อาการของโรคสมาธิสั้นของเด็ก 1. การทำอะไรซ้ำๆ เช่น การตบมือซ้ำๆ ไม่หยุด 2. เคร่งกฎระเบียบมาก คืออยู่ในกฎที่ตนเองสร้างขึ้น และการซ้ำที่คือจะไม่อยากเคลื่อนย้ายสิ่งของของตนเลย เช่น การใส่เสื้อผ้าจะกำหนดวันใส่สีเสื้อ และการตีวงแคบลงมา คือไม่มีความหลากหลายทางการสร้างปฏิสัมพันธ์ในบุคคล บางคนมีความสามารถประหลาด เช่น กลุ่มแอสเบอเกอซิมโดม จะสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆที่เห็นได้ยั้งแต่ยังอายุ 1 ขวบหรือ 2 ขวบ โดยบางคนจำได้แม้กระทั่งวันในปฏิทินได้ทุกวัน นี่คือจุดดี จุดด้อยคือจะอยู่กับคนอื่นได้ยาก ผู้ใหญ่บางคนก็มีอาการเหมือนคนสมาธิสั้น คือ 1. ภาวะขาดความใส่ใจ จะไม่สามารถทนฟังรายละเอียดต่างๆ ได้นาน ใครพูดอะไรมาจะไม่ค่อยใส่ใจ อ่านหนังสือไม่สามารถอ่านจบเล่มได้ และที่พบบ่อยคืออาการขี้ลืม ซึ่งปัจจุบันพบอาการนี้หลายท่าน 2. ขาดความสำรวม ทั้งทางกาย วาจา ใจ ทางใจคือการคิดไปเรื่อยเปื่อยไม่สามารถโฟกัสความคิดตัวเองได้ ทางวาจาคือ เวลาใครพูดสิ่งใดจะพูดสวนทันที บางครั้งจะไม่รอให้พูดจบ ส่วนทางกาย คืออยู่นิ่งนานไม่ได้ อาจจะไขว่ห้างหรือเเกว่งเท้าไปมา 3. ขาดความยับยั้งชั่งใจ ปกติคนเราจะยั้งคิด แต่คนปัจจุบันไม่มีความยับยั้งชั่งใจ เมื่อมีสิ่งใดมากระทบใจก็ยิงกันตาย ขับรถปาดหน้ากันก็ยิงกันตาย วิธีแก้ไข/รักษาโรคสมาธิสั้น ในทางการแพทย์ การแก้ไขทางสมองคือถ้ามีสารพิษ จะขับสารพิษออกจากสมอง ถ้าสมองไวจะใช้ยาช่วย ถ้าช้ากว่าปกติ จะใช้ยาหรือสารอาหารช่วย เช่น ผู้ป่วยหลายรายจะสร้างพลังงานไม่พอ วัฏจักรการสร้างพลังงานจะติดขัด จึงต้องเพิ่มสารอาหารเข้าไปในร่างกาย ส่วนด้านพฤติกรรมต้องอาศัยการรักษาจากความเข้าใจ จากความอบอุ่นทางครอบครัวและสังคม สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เพราะหากความเครียดเกิดขึ้นมากจะมีการสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา เรื่องอาหาร ต้องหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกน้ำตาล เพราะอาหารที่หวานมากจะไปดึงสารอินซูลินออกมา ทำให้เกิดความว่องไวของร่างกายมากจนเกินเหตุ เราต้องทานอาหารที่มีแมกนีเซียมให้มากๆ แทน สิ่งที่ควรทานควรทานสารอาหารครบถ้วน มีกรดอะมิโน เช่น ไข่ ข้าวโอ๊ต วิตามินที่มาจากพืชผักผลไม้ งดการทานอาหารปรุงแต่ง เลี่ยงการทานอาหารที่มีน้ำตาลมาก และสิ่งที่เป็นสารกระตุ้น เช่น กาแฟ การออกกำลังกายจะช่วยสร้างฮอร์โมน สร้างสารแอนโดรฟิน สร้างสารที่ช่วยเพิ่มความสบายใจ เพิ่มความสุขให้กับร่างกาย โรคสมาธิสั้นถ้าเราสามารถฝึกได้ควรแก้ด้วยการนั่งสมาธิ สวดมนต์ เพราะโรคสมาธิสั้นต้องแก้ด้วยสมาธิ โรคสมาธิสั้น ตอนนี้คุ้นมากเพราะมีคนพูดถึงบ่อย โรคนี้มีอาการคือเมื่อจะทำสิ่งใด จะมีสมาธิกับเรื่องที่ทำได้ไม่นาน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ส่วนมากพบในเด็ก พอโตขึ้นจะเป็นน้อยลงแต่บางคนก็ยังเป็นอยู่ ทำไมในช่วงระยะนี้จึงพบอาการโรคสมาธิสั้นมากขึ้น ซึ่งสาเหตุมากจากคือหนึ่ง เรื่องของร่างกาย พันธุกรรม สารจากเซลล์ประสาท เลือด ฮอร์โมน สองสิ่งเร้าที่กระตุ้น สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนเพราะเทคโนโลยีถูกพัฒนามาก เมื่อก่อนมีโทรทัศขาวดำ เมื่ออยากเปลี่ยนช่องต้องลุกไปกด แต่ปัจจุบันมีรีโมทเมื่อถึงช่วงโฆษณาจะสามารถเปลี่ยนช่องทันทีเลือก เมื่อเจอช่องใหม่ที่น่าสนใจกว่าจะเลือกดูโดยไม่กลับมาช่องเดิม ดังนั้นถ้าทำเช่นนี้บ่อยๆ รีโมทก็เปลี่ยนสมาธิคนได้ กรณีหนังสิอพิมพ์ เปลี่ยนการเขียนคอลัมน์ ปรับตามลักษณะนิสัยของคน จากที่เขียนยาวๆ จึงเขียนให้สั้นๆ น่าอ่าน หรือเปลี่ยนประเด็นไปเลย ยุคปัจจุบันถ้าจะฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต ipod ipad มีความสะดวกมาก บางท่านอ่านหนังสือก็ฟังเพลงไปด้วย ทำงานก็ฟังเพลงไปด้วย คุยโทรศัพท์ก็บ่อย เมื่อก่อนมีโทรศัพท์บ้านจะรับแค่สามครั้งถือว่ามาก แต่ปัจจุบันหลายคนที่คุยโทรศัพท์บ่อยมาก วันละหลายสิบครั้ง จะทำงานหรือทำสิ่งใด เมื่อโทรศัพท์มีสายเข้าก็รับโทรศัพท์ ดูอินเตอร์เน็ต มีสิ่งแวดล้อมมาดึงความสนใจตลอดเวลา และการที่สิ่งแวดล้อมปัจจุบันเปลี่ยนไปด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนในปัจจุบันมีสมาธิสั้นมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องรู้เท่าทัน ร่างกายเปลี่ยนยากเพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเพราะการเปลี่ยนพฤติกรรมจะมีผลต่อร่างกาย สมาธิสั้นแก้ได้ คือเมื่อเรารู้ว่าสมาธิสั้นเกิดมาจากสิ่งเร้ารอบตัว จึงควรเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ก็จะมีส่วนแก้โรคสมาธิสั้นได้เริ่มจากจะทำสิ่งใดต้องทำอย่างเดียว เช่น อ่านหนังสือต้องตั้งใจอ่านอย่างเดียวไม่รับโทรศัพท์ ไม่เปิดเพลง เปิดทีวี ไม่เล่นอินเตอร์เน็ต ทำทีละอย่าง และทำสิ่งรอบตัวเราเองให้เป็นระเบียบทุกอย่าง ข้าวของเครื่องใช้ต้องจัดเป็นระเบียบ เพราะจะทำให้ความคิดในใจเราเป็นระเบียบไปด้วย มีการวางตารางเวลาว่าวันนี้เราจะทำอะไรบ้าง พรุ่งนี้เราจะทำอะไรบ้าง เราจะได้ทำตามแผน มีชีวิตที่เป็นระบบระเบียบตามแผนที่เราจัดไว้ ไม่กระโดดไปกระโดดมาหรือคิดไว้อีกแบบหนึ่งแต่ทำอีกแบบหนึ่ง จัดระเบียบสิ่งแวดล้อมรอบตัว พยายามฝึกในที่ทำงาน ที่เงียบๆ นิ่งๆ สามารถทำงานแต่ละชิ้นให้เสร็จเป็นเรื่องได้ หาเวลาอ่านหนังสือที่เป็นเล่มยาวๆบ้าง เราจะได้จดจ่อเรื่องเดียว เป็นการฝึกนิสัยตัวเราเอง ทำให้เราได้เนื้อหาสาระที่เป้นกอบเป็นกำ เป็นชิ้นเป็นอัน ออกกำลังกายบ้าง สมดุลร่างกายจะเริ่มดีขึ้นซึ่งเป็นการแก้ที่ต้นเหตุและอย่านอนดึกเพราะถ้านอนดึกร่างกายจะไม่สดชื่น สติจะไม่ค่อยดี คุมตัวเองได้ไม่เต็มที่ ต้องจัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราให้ดี แล้วเราจะจัดการกับโรคสมาธิสั้นของเราได้ อย่าลืมนั่งสมาธิ เพราะเป็นการแก้โดยตรง เพราะเป็นการทำให้เราได้ฝึกสติ ทำให้ใจเราเองได้ฝึกนิ่งๆ จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่บางคนไม่เคยนั่งและเป็นคนที่สมาธิสั้น จะนั่งไม่ไหว นั่งไม่ได้นาน ต้องค่อยๆ จัดการกับสิ่งแวดล้อม ค่อยๆ นั่งทีละนิดๆ โรคสมาธิสั้นนี้จะลดลง ต้องค่อยๆ ปรับปรุง คนที่สมาธิสั้นบางท่านเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้ก็มี เช่น โทมัส ออวา เอดิสัน เป็นคนที่สมาธิสั้น เขามีตั้งใจฝึกอย่างจริงจัง เขาสามารถจับงานที่เหมาะสมกับเขาได้ เป็นนักประดิษฐ์คิดค้น ใช้โรคสมาธิสั้นมาปรับใช้ประโยชน์ ด้วยความตั้งใจเขาทดลองไส้หลอดไฟเป็นหมื่นๆ ชนิด สุดท้ายก็ได้เป็นหลอดไฟที่เราใช้ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นถ้าใครมีลูกหลานเป็นหรือเป็นเองต้องอย่ากังวลควรหาทางแก้ไขดังที่กล่าวมา คือจัดระบบระเบียบชีวิต ข้าวของรอบตัวให้มีระเบียบ อย่าให้มีสิ่งเร้ามาอยู่รอบตัว จะทำอะไรทำทีละอย่าง ใจจดจ่อทำทีละเรื่อง แล้วต้องลงมือฝึกสมาธิควบไปด้วย แล้วจะสามารถแก้ไขทุเลาลงได้ อยู่ในเกณฑ์ที่ทำงานให้เหมาะสมสามารถทำงานที่สร้างสรรค์ให้กับตัวเอง สังคม และประเทศชาติได้
 
ประกาศเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556  :: จำนวนผู้อ่าน 1082 คน